โปรแกรมไหว้พระจังหวัดสุพรรณ (โปรแกรม 1 )
เมืองยุทธหัตถี วรรณคดีขึ้นชื่อ เลื่องลือพระเครื่อง รุ่งเรืองเกษตรกรรม
สูงล้ำประวัติศาสตร์ แหล่งปราชญ์ศิลปิน ภาษาถิ่นชวนฟัง
(โปรแกรม LVT 901 )

06.00 น. ออกเดินทางจาก กทม. มุ่งสู่ จ.สุพรรณบุรี
0730-0800 เชิญท่านไหว้พระ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ( 1) วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง อายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี
มีชื่อเสียงในเรื่องพระผงสุพรรณ ซึ่งเป็นหนึ่งในพระเครื่องชุดเบญจภาคี
0810-0840 ไหว้พระพุทธบาทสี่รอย ที่ทำด้วยทองเหลือง ที่พระ วัดแค ( 2) และเยี่ยมชมเรือนไทยสร้างจำลองบ้านขุนแผน ซึ่งเป็นที่ถ่ายทำภาพยนต์นับสิบเรื่อง
0845-0915 กราบไหว้พระพุทธรูปนอนหงาย ที่ วัดพระนอน ( 3) ซึ่งแปลกตากว่าพระนอนที่พบเห็นทั่วไป
0920-0940 ไหว้พระ วัดหน่อพุทธางกูร ( 4) เยี่ยมชมจิตรกรรมฝาผนังสมัย ร. 3 อายุประมาณ 200 ปี
1000-1045 กราบไหว้พระที่วัดพร้าว ( 5) ชมวิหารแบบสถาปัตยกรรมพม่า เป็นที่ประดิษฐานรอยพระ
พุทธบาทจำลอง และภายในวัดมีฝูงค้างคาวแม่ไก่นับพันตัว ห้อยหัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่ภายในบริเวณวัด
1100-1145 กราบไหว้"หลวงพ่อโต"ปางป่าเลไลยก์ ที่ วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ( 6) เป็นที่เคารพของชาว จ.
สุพรรณบุรี และชมเรือนไทยสร้างจำลองบ้านขุนช้าง
1150-1210 กราบไหว้ ศาลหลักเมือง ( 7) ปัจจุบันได้สร้างศาลเป็นวิหารและเก๋งจีนขนาดใหญ่ครอบ
วิหารทรงไทย
1230-1330 รับประทานอาหารกลางวันที่ ร้านระเบียงน้ำ (อาหารแบบบุปเฟต์/สั่งตามรายการ)
1400-1430 กราบไหว้พระ วัดบ้านกร่าง ( 8) เป็นวัดเก่าแก่ยุคกรุงศรีอยุธยา เป็นต้นตำรับของพระเครื่อง
พิมพ์ขุนแผน
1515-1545 กราบไหว้พระพุทธรูปหินทราย ชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อดำ" ที่ วัดลาดสิงห์ ( 9) และเชิญ
สักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
1545-1700 เชิญท่านเที่ยวชม ตลาดร้อยปีสามชุก พร้อมลิ้มลองความอร่อยกับอาหารนานาชนิด อาทิ
ข้าวห่อใบบัว - เตี๋ยวยำบก กาแฟโบราณ พร้อมซื้อของฝากกลับบ้าน
ส่วนประกอบรายการทัวร์
รถตู้ปรับอากาศ TOYOTA COMMUTER D4D
อาหารว่างตอนเช้า(แซนวิซส์+นม/น้ำดื่ม)
เอกสารแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
อาหารกลางวัน ร้านครัวริมน้ำ แบบบุฟเฟต์ (150.-บาท/ท่าน)หรือจะรับประทานอาหารตามสั่ง
ปลาม้า,ปลาคัง,กุ้งเผา กรุณาสั่งจองล่วงหน้า
ราคา 450 บาท (ปกติ 55 0 บาท) ราคานี้ตั้งแต่ 10 ท่าน/คัน ขึ้นไป
เหมาคันราคาไม่รวมอาหารกลางวัน 3,500.-บาท/คัน
หมายเหตุ. สถานที่และเวลาสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม และ ตรงเวลาตามที่นัดหมายจะได้ไปได้ครบตามโปรแกรม โอกาสต่อไปหวังว่าคงได้รับใช้ทุกท่านอีก ขอให้บุญกุศลที่ท่านได้ทำในวันนี้จงส่งผลให้ทุกท่านจงประสพสุขตลอดกาลนานเทอญ
ขอบคุณที่ใช้บริการ คุณ ชาญณรงค์ 08-5481-2785,08-4044-1835
WWW.LOVEVANTHAI.COM CHANARONG.J@SANOOK.COM
ข้อมูลไหว้พระ 9 วัด จ.สุพรรณบุรี
ตลาดสามชุก หรือตลาดริมน้ำร้อยปี
ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 340 แยกเข้าอำเภอสามชุก อยู่ริมแม่น้ำท่าจีนติดกับที่ว่าการอำเภอสามชุก เป็นชุมชนชาวจีนเก่าแก่ที่ยังคงสภาพบ้านเรือน และตลาดแบบดั้งเดิม สิ่งที่น่าสนใจได้แก่อาคารพิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารไม้โบราณติดลูกไม้ขนาด 3 ชั้นของขุนจำนงค์ จีนารักษ์ นายภาษีเก่า ซึ่งท่านเจ้าของตลาดมอบให้เป็นแหล่งรวบรวมภาพถ่ายวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยก่อน ร้านถ่ายรูปโบราณที่ยังมีกล้องถ่ายภาพเก่าแก่อายุกว่าร้อยปีให้บริการ ร้านขายยาสมุนไพร และเพลิดเพลินกับขนม อาหารพื้นเมือง และกาแฟโบราณที่ยังใช้เครื่องคั่วกาแฟแบบดั้งเดิมบริเวณริมน้ำ
1. วัดบ้านกร่าง

เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุร่วม 400 ปี เป็นวัดที่มีกรุพระขุนแผนบ้านกร่าง เป็นเนื้อดินเผาศิลปะอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นหลังสงครามยุทธหัตถีระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับพระมหาอุปราช เมื่อตอนยกทัพกลับผ่านอำเภอศรีประจันต์ ได้พักทัพริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี ทรงรับสั่งให้ทหารสร้างพระเครื่องซึ่งเล่ากันว่า เป็นจำนวนถึง 84,000 องค์ บรรจุในกรุวัดบ้านกร่าง เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ทหารที่เสียชีวิต พระพิมพ์บ้านกร่างคู่เป็นพระที่มีความหมายมาก ในการสร้างพระครั้งนี้แม่พิมพ์แกะเป็นสององค์คู่กัน โดยสมมติให้เป็นองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชและสมเด็จพระเอกาทศรถ พระรูปแบบนี้หายากในกรุอื่นๆ ทั่วประเทศไทย สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดได้แก่ พระอุโบสถและวิหาร เป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ภายในประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ ศิลปะสมัยอู่ทอง ใบเสมาที่เรียงรายรอบพระอุโบสถมีที่มาจากการนำพระวัดกร่างพิมพ์ทรงพลใหญ่มาจำลองให้มีขนาดเท่าใบเสมา ใบเสมาของวัดนี้จึงมีลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนวัดใด ส่วนวิหารมีอายุราว 450 ปี ประดิษฐานหลวงพ่อแก้วและพระประธานภายในวิหาร มณฑป อยู่ถัดจากวิหาร ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2476 ด้านหลังวิหาร ประดิษฐาน เจดีย์ ที่ได้รับการปฏิสังขรณ์ใหม่ จากองค์เดิมที่สร้างในสมัยอยุธยาซึ่งชำรุด ความสูงจากฐานถึงยอดเจดีย์ราว 5.70 เมตร สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระเครื่องตระกูลวัดบ้านกร่าง(พระขุนแผน) และภายในพระเจดีย์ เคยพบพระพุทธรูปเนื้อสัมฤทธิ์จำนวน 2030 องค์ และพระเครื่องซึ่งมีลักษณะเป็นแก้วสีเขียว บริเวณริมแม่น้ำประดิษฐาน เจดีย์กลางน้ำ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 มีอายุราว 150 ปี มีลักษณะย่อมุมไม้สิบสองแต่เดิมองค์พระเจดีย์ตั้งอยู่กลางแม่น้ำท่าจีน สร้างขึ้นไว้สำหรับคนทั่วไปสักการะบูชาในวันลอยกระทง แต่เนื่องจากกระแสน้ำเปลี่ยนทิศ เป็นเหตุให้พระเจดีย์ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จทรงนมัสการเจดีย์กลางน้ำองค์นี้ คราวเสด็จประพาสเมืองสุพรรณบุรีเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2451 และตั้งพลับพลาที่ตำบลบ้านกร่างบริเวณหน้าวัดริมแม่น้ำมีปลาอาศัยจำนวนมาก ทางวัดสร้างแพหลังคาทรงไทยขนาดใหญ่ให้ผู้มาเที่ยวชมสามารถทำบุญเลี้ยงปลา นับเป็นอุทยานมัจฉา แห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี นอกจากนี้จะสังเกตเห็นเรือนแถวหน้าทางเข้าวัดบ้านกร่าง เป็นเรือนแถวไม้สองชั้น แบบโบราณ บรรยากาศเงียบสงบ สะท้อนความเป็นอยู่เรียบง่ายแบบดั้งเดิมของผู้คนแถวนี้
2.วัดพระลอย |
อยู่ที่ริมแม่น้ำท่าจีน ในตำบลรั้วใหญ่ ห่างจากจังหวัดประมาณ 2 กม. ภายในวัดมีอุโบสถจตุรมุข ใหญ่ สูงเด่น สง่างาม มี พระพุทธนวราชมงคล สวยงามมาก และมีพระพุทธรูปเนื้อหินทรายปางต่างๆ เก่าแก่มาก บริเวณหน้าวัดเป็นที่สงวนพันธุ์สัตว์น้ำ มีฝูงปลาหลายชนิดเป็นจำนวนมาก อาศัยความ ร่มเย็นของวัดพระลอย ซึ่งทางวัดได้จัดอาหารจำหน่ายนำรายได้เข้าวัดอีกด้วย ถือเป็นอุทยานมัจฉาอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี |
3.วัดหน่อพุทธางกูร |
เดิมชื่อ วัดมะขามหน่อ ตำบลพิหารแดง อยู่เลยวัดแคไปทางเหนืออีก 2 กม. อยู่ฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ สร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ภายในพระอุโบสถหลังเก่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ เป็นจิตรกรรมที่มีความงดงาม เขียนราว พ.ศ. 2391 สมัยรัชกาลที่ 3
|
4.วัดพระนอน |
ตำบลพิหารแดง อยู่เลยวัดหน่อพุทธางกูรไปเล็กน้อย วัดพระนอนนี้อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน บริเวณริมน้ำหน้าวัดมีปลา นานาชนิด และชุกชุม มีทั้งปลาสวาย ปลาตะเพียน ปลาแรด ปลาตะโกก จำนวนนับแสนตัว แรกทีเดียวพระภิกษุสามเณรในวัดนำเศษอาหารมาโปรยให้เป็นทาน และทางวัดประกาศเป็นเขต อภัยทาน ต่อมาทางวัดได้จัดอาหารปลาจำหน่าย ปลูกไม้ ทั้งไม้ผลและไม้ประดับ บริเวณจึงร่มรื่นสวยงาม และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ขึ้นหน้าขึ้นตาแห่งหนึ่งของจังหวัด นอกจากนี้ ในวัดยังมี พระนอน เป็นพระพุทธรูป ในลักษณะนอนหงายสร้างเท่าคนโบราณ มีลักษณะเหมือนกับพระนอนที่เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ในประเทศอินเดีย |
|
5.วัดแค |
|
เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อปรากฏในวรรณคดีเรื่อง " ขุนช้างขุนแผน" อยู่ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี ไปทางเหนือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุประมาณ 2 กม. ภายในวัดนี้มีต้นมะขามใหญ่วัดโคนต้นโดยรอบได้ประมาณ 10 เมตร เชื่อกันว่าขุนแผนได้เรียนวิชาเสกใบมะขามจากต้น มะขามต้นนี้ ให้เป็นตัวต่อตัวแตนจากท่านอาจารย์คงไว้โจมตีข้าศึก นอกจากนี้ทางจังหวัดได้สร้างเรือน ไทยทรงโบราณเรียกว่า "คุ้มขุนแผน" ไว้ใกล้กับต้นมะขามยักษ์นี้อีกด้วย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสวัดแคเมื่อ พ.ศ. 2447 วัดนี้มีโบราณวัตถุที่น่าสนใจ ได้แก่ พระพุทธบาทสี่รอย ทำด้วยทองเหลืองกว้าง 1.40 เมตร ยาว 2.80 เมตร สร้างซ้อนกันไว้ในรอยใหญ่ นอกจากนี้ก็มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิราบศิลปรัตนโกสินทร์ จีวรและอังสะเป็นดอกพิกุลงดงามมาก ประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าพระประธาน สิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ก็มีเช่น ระฆังทองเหลือง หม้อต้ม กรักทองเหลือง ตู้ใส่หนังสือที่พระบาทสมเด็จพระ-จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถวายเมื่อปี 2412
|
6.วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ |
อยู่ในตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ถนนสมภารคง แยกจากถนนมาลัยแมนไปประมาณ 300 เมตร ในสมัยก่อนเป็นศูนย์กลางของเมืองสุพรรณภูมิเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง มีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี ปรางค์องค์ประธานเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ แต่ได้ถูกชาวบ้านลักลอบ ขุดค้นหาทรัพย์สินจนทรุดโทรมไปมาก พระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีที่โด่งดังมาก อันเป็นหนึ่งใน "เบญจภาคี" ก็ได้ไปจากกรุในองค์พระปรางค์นี้ นักโบราณคดีหลายท่านให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นศิลปะการก่อสร้าง ในสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ เพราะหลักฐานการก่อสร้างเป็นการก่ออิฐไม่ถือปูน ซึ่งเป็นวิธีการเก่าแก่ก่อนสมัยอยุธยา
|
|
7. ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง |
อยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน ห่างจากฝั่งแม่น้ำไปตามถนนมาลัยแมน เดิมศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นศาลไม้ทรงไทยมีเทวรูปพระอิศวร และพระนารายณ์ สลักด้วยหินสีเขียว 2 องค์ สวมหมวกเติ๊ก (หมวกทรงกระบอก) ปัจจุบันได้สร้างศาลเป็นรูปวิหารและเก๋งจีน ก่อปูนติดกับองค์พระอิศวร และพระนารายณ์ไว้ทั้งสองด้าน ที่ศาลแห่งนี้ทุกๆ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 7 จีนของทุกปี จะมีประเพณี "ทิ้งกระจาด" (หรือพิธีทิ้งทาน) ซึ่งเป็นพิธีกรรมของพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ถือเป็นการจำเริญเมตตาแก่ดวงวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเอาสิ่งของต่างๆ ที่ผู้ตายใช้สอยและของที่จำเป็นอื่นๆ แจกแก่ผู้ยากจน
|
|
8. วัดป่าเลไลยก์ |
ตั้งอยู่ที่ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร หน้าบันของ พระวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เคยเสด็จธุดงค์มาพบสมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อได้เสด็จขึ้นครองราชย์แล้วได้ทรงมาปฏิสังขรณ์ วัดป่าเลไลยก์อยู่ริมถนนมาลัยแมนสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยที่ เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรืองในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแต ทรงให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ภายหลัง พ.ศ. 1724 เล็กน้อย ที่วัดป่าเลไลยก์มี " หลวงพ่อโต" ประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหารที่สูงเด่นเห็นได้แต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ (คือประทับนั่งห้อยพระบาท) พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุ อีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย องค์พระ สูง 23.48 เมตร มีนักปราชญ์หลายท่านว่า เดิมคงเป็น พระพุทธรูปปางปฐมเทศนา สร้างไว้กลางแจ้งอย่างพระพนัญเชิงในสมัยแรก และมักจะพบว่าพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่สร้างในสมัยก่อนอยุธยา และอยุธยาตอนต้น ส่วนมากชอบสร้างไว้กลางแจ้งเพราะสามารถมองเห็นได้แต่ไกล ภายในองค์พระพุทธรูปนี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ 36 องค์ ที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลาย หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี และจังหวัดใกล้เคียงมาก มีงานเทศกาลประจำปีสมโภชและนมัสการหลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ ปีละ 2 ครั้ง คือ ในวันขึ้น 5-9 ค่ำ เดือน 5 และเดือน 12 นอกจากนี้ ภายในบริเวณวัด ยังมี "คุ้มขุนช้าง" ซึ่งเป็นเรือนไทยหลังใหญ่ สร้างตามบทพรรณนาเรือนของขุนช้างในวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน |
|
|
|
9. วัดไผ่โรงวัว
ตั้งอยู่ที่ ตำบลบางตาเถร ห่างจากตัวจังหวัดสุพรรณบุรีประมาณ 43 กม. หรือจากกรุงเทพฯ ประมาณ 70 กม. ตามเส้นทางสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี มีทางแยกซ้ายก่อนถึงสามแยกลาดบัวหลวงเข้าสู่วัดไผ่โรงวัว วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 เป็นวัดที่มีพุทธศาสนิกชนและบุคคลทั่วไป นิยมไปเที่ยวชมกันมากเพราะท่านพระครูอุทัยภาคาะร (หลวงพ่อขอม) ได้ดำเนินการก่อสร้าง " พระพุทธโคดม" เป็นพระพุทธรูปโลหะสำริดองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพุทธศาสนา ได้แก่ "สังเวชนียสถาน 4 ตำบล" คือสถานที่ที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน กับงานประติมากรรมหรือภาพปั้นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัตินรกภูมิ รวมทั้งวรรณคดีและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมี "พระธรรมจักร" หล่อด้วยทองสำริดใหญ่ที่สุดในโลก "พระกะกุสันโธ" พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่สุดในโลก "ฆ้องและบาตร" ใหญ่ที่สุดในโลก " พระวิหารร้อยยอด" รวมทั้งสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมาย
กรุณารักษาเวลาด้วยครับเพื่อจะได้มีเวลาในวัดสุดท้ายครับ
ส่วยประกอบรายการทัวร์
รถตู้ปรับอากาศ VIP14 ที่นั่ง /10 ที่นั่ง
อาหารว่างตอนเช้า(แซนวิซส์+นม/น้ำดื่ม)
อาหารกลางวัน ร้านครัวริมน้ำ แบบบุฟเฟต์ (150.-บาท/ท่าน)หรือจะรับประทานอาหารตามสั่ง
ปลาม้า,ปลาคัง,กุ้งเผา กรุณาสั่งจองล่วงหน้า
หมายเหตุ. สถานที่และเวลาสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม และ ตรงเวลาตามที่นัดหมายจะได้ไปได้ครบตามโปรแกรม โอกาสต่อไปหวังว่าคงได้รับใช้ทุกท่านอีก ขอให้บุญกุศลที่ท่านได้ทำในวันนี้จงส่งผลให้ทุกท่านจงประสพสุขตลอดกาลนานเทอญ |